สมัชชาแม่น้ำ จับมือ 35 องค์กรเปิดเวทีค้านก่อสร้างทางเลียบเจ้าพระยา


จากกรณีที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานครพร้อมเดินหน้าโครงการทางเลียบเจ้าพระยาระยะแรกจากสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทานสามเสน (ฝั่งพระนคร)  ช่วงที่2จากกรมชลประทาน ถึงคลองรอบกรุง ช่วงที่3  จากสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัด (ฝั่งธนบุรี) ช่วงที่4 จากคลองบางพลัด ถึงคลองบางยี่ขันโดยอ้างว่าไม่มีผู้คัดค้านโครงการนี้แล้ว



 วันนี้สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมด้วยภาคีวิชาชีพ องค์กร ภาคประชาสังคม และชุมชนต่างๆ 35 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อม สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา สมาคมอิโคโมสไทย สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งเเวดล้อม (SCONTE) มูลนิธิ ศ.อัน นิมมานเหมินท์ เครือข่ายเพื่อนแม่น้ำ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เครือข่ายมักกะสันฯลฯ  ออกแถลงการณ์ "หยุด! ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา” เพื่อคัดค้านโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  

นายอัชชพล  ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) เปิดเผยว่าตามที่กรุงเทพมหานคร มีแผนที่จะเดินหน้าสร้างทางเลียบเจ้าพระยา โดยเฟสแรกจากสะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทานสามเสน (ฝั่งพระนคร) และจากสะพานพระราม 7 ถึงคลองบางพลัด (ฝั่งธนบุรี) โดยอ้างว่าไม่มีผู้คัดค้านโครงการดังกล่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้สมาคมฯ ได้เปิดเวทีสาธารณะในหัวข้อ “ทางเลียบเจ้าพระยาสร้างสรรค์หรือทำลาย”  โดยได้เชิญองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคประชาสังคมร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งจากการศึกษาและระดมความคิดจากหลายฝ่ายพบว่าโครงการนี้มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อสาธารณะ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม การคมนาคม รวมทั้งในด้านวิศวกรรม และผังเมือง จากเหตุผลดังกล่าวถือซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ



ทางสมัชชาแม่น้ำอันประกอบด้วยองค์กรและเครือข่าย 35 องค์กร เห็นว่าหากปล่อยให้โครงการนี้ดำเนินการต่อไปจะสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมือง จึงขอแถลงจุดยืนเพื่อคัดค้านการดำเนินโครงการ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 

1. สมัชชาแม่น้ำ เห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแม่น้ำ และมีการพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างเหมาะสมกับบริบทและคุณค่าของพื้นที่ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะมีการก่อสร้างทางสัญจรยาวต่อเนื่องในรูปแบบถนนที่รุกล้ำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา
2. ทั้งที่กทม.สามารถดำเนินการแก้ปัญหาการรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตามอำนาจกฎหมายที่มีอยู่ได้ แต่กลับไม่ทำ ในทางตรงกันข้าม กลับทำเป็นถนนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่รุกล้ำแม่น้ำเข้าไปอีก ซึ่งจะทำให้แม่น้ำคับแคบทั้ง 2 ฝั่ง ร่วม 20 เมตร

3. แม่น้ำเจ้าพระยาควรถูกอนุรักษ์เป็นโบราณสถานตลอดสายน้ำ เพื่อยกฐานะเป็นมรดกโลกต่อไป แต่การทำถนนรุกล้ำลงในแม่น้ำเจ้าพระยาจะทำลายประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ จะเป็นตัวขวางกั้นความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตริมน้ำอันจะส่งผลกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน

4.การก่อสร้างถนนลงไปในแม่น้ำ เป็นประเด็นที่อ่อนไหวในกรณีที่เกิดอุทกภัย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการไหลของน้ำ ถึงแม้ว่าในภาวะปกติพฤติกรรมการไหลที่เปลี่ยนแปลงนี้อาจจะอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก แต่จะส่งผลต่อสัณฐานลำน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง การตกตะกอนในลำน้ำรวมถึงการกักเก็บขยะมูลฝอย ซึ่งกทม.ควรศึกษาผลกระทบให้ครบถ้วน รอบด้านก่อนอย่างรอบคอบ มิเช่นนั้นจะเกิดผลเสียหายต่อส่วนรวมในอนาคต

5. ล่าสุดจากการที่กทม.ตัดโครงการดังกล่าวออกบางส่วน จากเดิมที่วางแผนไว้ 14 กิโลเมตร คงเหลือความยาวรวมประมาณ 12.45 กิโลเมตร เพื่อหลบหลีกพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์นั้น แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ยังมีการศึกษาไม่รอบคอบและยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย แม้แต่จากภาครัฐเอง ตามที่กทม.กล่าวอ้าง

นายอัชชพล กล่าวต่อว่า   จากเหตุผลที่กล่าวว่าข้างต้น สมัชชาแม่น้ำจึงมีความเห็นว่าหากมีการดำเนินโครงการนี้ต่อไปจะก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อความเสียหายต่อแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม การคมนาคม ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง และสุ่มเสี่ยงต่อภัยพิบัติ สมัชชาแม่น้ำจึงขอคัดค้านโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในรูปแบบการสร้างถนนลงไปในแม่น้ำ และขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดสั่งยุติโครงการ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ชาติบ้านเมือง จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ สมัชชาแม่น้ำและองค์กรภาคีเครือข่าย
 “การคัดค้านของพวกเรายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ จนกว่าจะมีการยุติโครงการดังกล่าว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้น เราต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะเราไม่ได้ทำด้วยการใช้อารมณ์ เราไม่ได้เป็นปฎิปักษ์ต่อรัฐบาล เราไม่ได้เป็นปฎิปักษ์กับกรุงเทพมหานคร เราทำในฐานะภาคประชาสังคมที่รักแล้วก็อยากเห็นสิ่งดีๆ ส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป” นายอัชชพล กล่าว



Post a Comment

0 Comments