ไทย - จีน ติดปีกระดมทัพนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต


          
ไทย - จีน ติดปีกระดมทัพนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต  เสริมความแข็งแกว่งนวัตกรรมทั้ง 5 อุตสาหกรรม มูลค่าโครงการกว่า 100 ล้านหยวน

“สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน” องค์กรด้านการวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก จับมือ “เอสซีจี”  ผ่านสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เพื่อร่วมกันพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน 5 อุตสาหกรรม คือ เมืองอัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์เคมีภัณฑ์ สิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 

โดยการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือ “SCG-CAS ICCB Innovation Hub” เป็นครั้งแรกในไทยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ การร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาบุคลากร และการร่วมมือด้านการลงทุนมุ่งสานต่อกลยุทธ์นวัตกรรมเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผลักดันนวัตกรรมภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย-จีน ตอบโจทย์ตลาดและเทรนด์ธุรกิจในอนาคต ด้วยมูลค่าโครงการเริ่มต้นกว่า 100 ล้านหยวน
          
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีเล็งเห็นว่าการสร้างความร่วมมือกับสถาบันและองค์กรชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศเพื่อเสริมศักยภาพและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่องช่วยให้เอสซีจีมีสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วภูมิภาคอาเซียนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต และทำให้เกิดการเรียนรู้ เพิ่มความสามารถของพนักงาน เกิดการลงทุนในในโครงการด้านนวัตกรรมอย่างยั่งยืนนำมาซึ่งการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจหลักของเอสซีจีที่มีอยู่ตลอดจนการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่ช่วยสานสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและจีนได้ต่อไป
          



เอสซีจีจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences - CAS) ซึ่งเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเป็นแหล่งกำเนิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีนได้เริ่มต้นความร่วมมือกับเอสซีจีในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผ่านสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS Innovation Cooperation Center (Bangkok) - CAS ICCB) ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์อนาคต   การสรรหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ และการนำเทคโนโลยีมาทดลองใช้เพื่อต่อยอดในอนาคต (Proof Of Concept - POC) เช่น Sensor / IoT อาคารและโรงงานอัจฉริยะ  การจัดการมลพิษ เป็นต้น
         
ด้าน ดร. เจียง เปียว ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ)สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน กล่าวว่า “CAS ICCB เป็นหนึ่งในสำนักงานต่างประเทศ 9 สาขาของ CAS ที่มีบทบาทสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในแต่ละประเทศ เพื่อถ่ายทอดผลงานทางวิทยาศาสตร์ของ CAS ซึ่งมีสถาบันวิจัยมากกว่า 100 แห่งในจีน นักวิจัยและทีมงานกว่า 70,000 คน เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ระดับเมธีวิจัยอาวุโสมากกว่า 800 คน และมหาวิทยาลัยในสังกัด 3 แห่ง วันนี้เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสานต่อการสร้างแพลทฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงเอสซีจี

ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมของไทยและภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนมีความสัมพันธ์เป็นอย่างดีกับราชวงศ์ไทยมานาน และการร่วมมือในครั้งนี้เป็นการร่วมมือที่ดีที่สุดสามารถผลักดันเทคโนโลยีเข้าสู่ตลาดอาเซี่ยนด้วย ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเน้นการพัฒนาตาม MOU ที่ตกลงร่วมกัน ทั้ง 2 ฝ่าย  โดยมุ่งเน้นใน 5  อุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือ 1.) เมืองอัจฉริยะ (Smart City) เช่น อาคารอัจฉริยะ (Smart building) การบริหารพลังงาน (Energy management) 2.) ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ (AI /Machine learning and Robotics  3.เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Chemicals) 4.) ธุรกิจพลังงานใหม่ (New energy business) เช่น พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) แบตเตอรี่ หรือระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) และ 5.) สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Environment and  sustainability)

เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจสูงสามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างหลากหลายทั่วโลกและตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ  CAS ICCB เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในด้านการวิจัยและการเทรนด์นิ่งพนักงาน ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของทั้งไทยและจีน 

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ตามแนวทาง Belt and Road Initiative (BRI) หรือโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน ภายใต้มูลค่าโครงการในระยะเริ่มต้นที่ประกอบด้วยต้นทุนนักวิจัย เทคโนโลยี สถานที่และเครื่องมือในการวิจัยและพัฒนารวมถึงผลตอบแทนจากการสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมกว่า 100 ล้านหยวน (ประมาณ 500 ล้านบาท)”
          
นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังเปิดกว้างสำหรับการบ่มเพาะธุรกิจและการทดลองเชิงพาณิชย์ (Startup incubation and acceleration) เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพจากจีนที่มีศักยภาพและสนใจมาทำธุรกิจใน
อาเซียนร่วมกับเอสซีจี ทั้งในรูปแบบของการให้คำปรึกษาการทำโครงการร่วมกัน หรือการทดลองใช้นวัตกรรมเพื่อขยายตลาดเป็นต้น   การนำเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วเบื้องต้นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย

          



Post a Comment

0 Comments