ดร.สุวิทย์ และผู้บริหาร สวทช.เปิดเจรจาโต๊ะกลม ขยายความร่วมมือในเศรษฐกิจแนวใหม่ BCG


Mr. Pirkka Tapiola เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และคณะผู้แทนทางการค้าจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เป็นเจ้าภาพจัดการหารือโต๊ะกลมเพื่อขยายความร่วมมือร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในเรื่อง BCG Model: การพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยผู้แทนฝ่ายไทยคือ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารจาก สวทช.




ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า BCG Model เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด  กระจายโอกาส กระจายรายได้ และนำความมั่งคั่งไปสู่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง นำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ซึ่งเศรษฐกิจแนวใหม่ BCG Model มุ่งพัฒนาตอบโจทย์ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งในภาคการเกษตรและอาหาร ด้านพลังงานและวัสดุ ด้านสุขภาพและการแพทย์ และด้านการท่องเที่ยว จะสามารถนำพาประเทศไปสู่การเป็นผู้นำการผลิตอาหารคุณภาพ 1 ใน 5 ของโลก เพิ่ม GDP เป็น 4.3 ล้านล้านบาท ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างงาน รวมถึงสร้างรายได้ให้กับทุกภูมิภาคของประเทศ โดยกระบวนการขับเคลื่อนจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการและนโยบายนวัตกรรม ผ่านความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน (PPP) ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือของหลายกระทรวง




“การหารือโต๊ะกลมในครั้งนี้ เป็นการพบกันครั้งแรกในการสร้างความร่วมมือระหว่างอียูกับประเทศไทยและอียูกับอาเซี่ยน   นับเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น วิสัยทัศน์และแผนงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับ BCG Model รวมทั้งการหารือในการสร้างความร่วมมือแบบได้รับประโยชน์ร่วมกัน (win-win) ระหว่างประเทศไทย และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย BCG Model ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าว

ด้าน Mr. Pirkka Tapiola เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า สหภาพยุโรปกำลังลงทุนในข้อตกลงยุโรปสีเขียว หรือ European Green Deal ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรป การลดความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยสหภาพยุโรปต้องการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้หลักการข้อตกลงยุโรปสีเขียวได้รับการส่งเสริมในระดับนานาชาติ โดยสหภาพยุโรปได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้กับวงจรการผลิต การบริโภค การจัดการขยะและของเสีย รวมถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยในสองปีที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้ลงทุนไปเกือบ 1.1 พันล้านยูโร (33 พันล้านบาท) ในการวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงการสนับสนุนโครงการวิจัยเพื่อเป็นการริเริ่ม ส่งเสริมและสนับสนุนกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและนวตกรรมเป็นเรื่องสากลและจากการทำวิจัยสามารถตอบโจทย์สำคัญในศตรรษที่21



โดยในระหว่างการหารือฯ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้นำเสนอภาพรวม BCG Model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมนี้ ผู้บริหาร สวทช. ได้นำเสนอโครงการวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุน BCG Model เพื่อตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0  ซึ่งมีความสอดคล้องกับ ความร่วมมือของสหภาพยุโรปในด้านเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)   รวมทั้งความคืบหน้าการสร้างเขตส่งเสริมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) ตั้งอยู่ในบริเวณวังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง พื้นที่ 3,000 ไร่ และบริเวณอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 120 ไร่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม การเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่และอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลผลิตจากภาคเกษตรกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง เช่น โรงงานสาธิต Industry 4.0 Testbed 4G (The 4th Generation)  Synchrotron Facility, Autonomous Vehicle Testing and Living Laboratory and High Performance Computing Facility เพื่อรองรับอุตสาหกรรม s-curve ด้วย


Post a Comment

0 Comments