การพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไทย

ภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทยมีลักษณะเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ นอกจากการทำการค้าในรูปแบบปกติที่มีการนำเข้าและส่งออกทางท่าเรือและท่าอากาศยานแล้ว ประเทศไทยยังสามารถทำการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ ปัจจุบันพบว่าการค้าระหว่างประเทศมีการรวมกลุ่มการเปิดเสรีกันมากขึ้น เพื่อขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ สำหรับประเทศไทยได้ทำการเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศและกลุ่มประเทศต่างๆ อาทิเช่น ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึ่งนอกจากจะเกื้อกูลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนให้กับประเทศสมาชิกของกลุ่มทางเศรษฐกิจอย่างมากแล้วยังก่อให้เกิดความเข้มแข็งหรือเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ/ภูมิภาคอีกด้วย

ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555- 2559) ได้กำหนดยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพบนฐานความรู้ มุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นคง มีคุณภาพ และมีนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การบริการ การคมนาคมและการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ในขณะที่ทิศทางการพัฒนาภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มองว่าจังหวัดในภาคกลางจะเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศด้านอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และศูนย์กลางการค้าและการขนส่งเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เป็นประตูสู่เศรษฐกิจโลกและศูนย์กลางการบริหารธุรกิจและการพาณิชย์นานาชาติอีกด้วย

จากหลักการดังกล่าวภาครัฐได้พยายามสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชาดแดนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อรองรับการเติบโตของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ส่งผลให้จังหวัดชายแดนเนื้อหอมมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากันว่า การค้า การลงทุน เริ่มทยอยจับจองพื้นที่รับเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างคึกคัก “ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 2016: โอกาสทองสู่ AEC” ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะสานฝันให้เป็นจริงได้ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า เป้าหมายของการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง10แห่ง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูงจากประเทศเพื่อนบ้าน และรองรับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมในการออกไปลงทุนในอาเซียน

ดังนั้น ทิศทางการพัฒนาและวิสัยทัศน์ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยโดยส่วนใหญ่จึงอยู่ตามชายแดน ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์การจัดตั้งและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในไทยจึงควรการกำหนดเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัดและกลยุทธ์ พร้อมทั้งได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการเสวนาและการสอบถามความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาจัดทำแผนงานโครงการรวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบตามยุทธศาสตร์การพัฒนาในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละแห่ง

ฉะนั้นรูปแบบยุทธศาสตร์การพัฒนาในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทยจึงควรกำหนด 5 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งควรประกอบด้วย

1.ยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่รองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

2.ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

3.ยุทธศาสตร์ความพร้อมของผู้ประกอบการ แรงงาน และบุคลากรภาครัฐเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

4.ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

5.ยุทธศาสตร์พัฒนาความสัมพันธ์การค้า และการลงทุนเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

นอกจากนี้ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมของพื้นที่และการจัดทำโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้แก่

1) การกำหนดขอบเขตของเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ชัดเจน
2) การออกแบบผังการใช้ที่ดิน
3) การสำรวจและเวนคืนพื้นที่และการปรับพื้นที่รองรับการพัฒนา
4) การเปิดด่านถาวร และสถานีขนถ่ายสินค้า จุดพักสินค้า
5) การปรับปรุงระบบคมนาคม โทรคมนาคมพื้นฐาน
6) การจัดตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารและสินค้า

องค์ประกอบต่างๆดังกล่าวชี้ให้เห็นได้ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษหากจะดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้นจำต้องมียุทธศาสตร์เหมือนเข็มทิศบอกทิศทางและเปรียบเสมือนกรอบการดำเนินการให้กับโครงการ นอกจากนี้การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษก็เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจำต้องมีการเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆมากมาย ดังนั้นถนน ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ และอื่นๆที่เกี่ยวพันกับโครงการจะส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่โดยรวม นอกจากนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่เพียงพื้นที่พิเศษที่นักลงทุนได้ประโยชน์ แต่สังคม ชุมชนโดยรวมต้องได้ประโยชน์

ฉะนั้นการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษต้องคำนึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การจ้างงานคนจากชุมชนแวดล้อม การควบคุมมลพิษ การจัดการขยะที่เกิดขึ้นจากโครงการ เป็นต้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นเหมือนเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต สร้างงาน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อประชาชนโดยรวมต่อไป

Visitors: 105,267