พื้นที่โฆษณา สนใจรายละเอียด ติดต่อได้ที่ 094 862 4465 และ 02 994 3617

 Construction Clips                                                                                                                               

 

 Material & Equipment                                                                                                                           

HOT NEWS

  • นิสสันจับมือเดลต้าแนะนำมาตรฐานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยครั้งแรกในไทย

    นิสสัน ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านโซลูชั่นส์พลังงานสะอาดระดับโลก เพื่อสนับสนุนแผนงานพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของไทย ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ
    21 พฤษภาคม 2562 กรุงเทพฯ, ประเทศไทย -
    ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2 ล้านคันบนท้องถนนภายในปีพ.ศ. 2579 และเพื่อส่งมอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานสากลพร้อมการบริการที่ได้มาตรฐานจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และได้รับการรับรองโดยนิสสันให้แก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ในประเทศไทย
    “นิสสัน ประเทศไทย ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและคนไทยทุกคน โดยการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจนี้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลิตโซลูชั่นพลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อนชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกับนิสสันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าว
    “เราเชื่อมั่นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า เนื่องด้วยนโยบายการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นเดียวกับความร่วมมือกับเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความร่วมมือของนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ ที่นำเสนอทางเลือกการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ” นายนาราสิมัน กล่าวเพิ่มเติม “ นี่คือก้าวแรกที่สำคัญในประเทศไทยสำหรับนิสสันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นิสสันมั่นใจว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบทางเลือกในการชาร์จไฟที่หลากหลาย”

    ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น มีผลงานการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) สนับสนุน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวพบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้วนั้น การมีทางเลือกการชาร์จที่สะดวกและยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในสามปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับบริการด้านการจัดการสถานที่ติดตั้งจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายที่ดีสุดทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลก
    สำหรับ “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ยกระดับความสามารถหลักในด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในตอนนี้ด้วย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทยสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการบริการที่เหมาะสม” เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงาน กับนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และ สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เราเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนไปพร้อมกับการทำตามคำมั่นสัญญาของเราที่ว่า ‘Smarter. Greener. Together’.” เครื่องชาร์จไฟฟ้าของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์มาพร้อมกับการรับประกันนานถึง 3 ปี บริการสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ และ การเปลี่ยนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าฟรีภายใต้การรับประกัน นายเซีย เชน เยน กล่าว
    จากข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยบุกเบิกการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทยโดยตรงด้วยการมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและที่สำนักงานจะเป็นการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบธรรมดากระแสสลับของเดลต้า ขนาด 7.36 กิโลวัตต์ ส่วนสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะเป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ขนาด 50 กิโลวัตต์ นอกจากนี้นิสสันยังได้ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบเร็วกระแสตรงและแบบธรรมดากระแสสลับที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ โดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย
    เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
    นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่ สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 180 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์ รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน และรถกระบะ
    เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด
    นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2560 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.77 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.9 ล้านล้านเยน ในวันที่ 1 เมษายน 2560 บริษัทฯ เริ่มดำเนินการแผนกลยุทธ์ระยะกลาง Nissan M.O.V.E. to 2022 ซึ่งเป็นแผนธุรกิจ 6 ปีที่มีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้ 30% เป็นมูลค่า 16.5 ล้านล้านเยน เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2565 โดยมีกระแสเงินสดสะสมจำนวน 2.5 ล้านล้านเยน ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว นิสสันมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านรถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.76 ล้านคันในปี 2561
    เกี่ยวกับ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)
    บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี พ.ศ. 2531 เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำของโลกด้านโซลูชั่นส์พลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อน นอกจากนี้ เดลต้าฯ ยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในระดับภูมิภาคหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ ระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม ระบบแสดงผลครบวงจร และระบบเครือข่าย โดยพันธกิจของบริษัทฯ ที่ว่ามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นส์การประหยัดพลังงานทางด้านเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และด้วยนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย ธุรกิจหลักของบริษัทฯ แบ่งได้ดังนี้ เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ออโตเมชั่น และระบบโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ มีสำนักงานขายมากมายในภูมิภาคหลักทั่วโลก โรงงานผลิตในอินเดีย สโลวาเกีย และประเทศไทย ศูนย์วิจัยพัฒนาและออกแบบในไทย อินเดีย เยอรมันและอื่น ๆ อีกมากมายในหลายประเทศ
    บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและในภูมิภาค โดยได้รับการเชิดชูเกียรติจากนานาสถาบัน อาทิ รางวัลองค์กรธุรกิจแห่งอาเซียนด้านสุดยอดนวัตกรรม รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมจาก
    เดลต้า ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EMO) พร้อมให้บริการเครื่องชาร์จแบบธรรมดากระแสสลับแก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ที่ดีลเลอร์ของนิสสันทั่วประเทศ โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเดลต้าพร้อมให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าถึงที่บ้าน นอกจากเครื่องชาร์จแบบธรรมดากระแสสลับแล้ว เดลต้ายังมีเครื่องชาร์จแบบเร็วกระแสตรงที่แนะนำโดยนิสสันพร้อมให้บริการที่สถานีชาร์จอีกด้วย นิสสันเลือกให้เดลต้าเป็นพันธมิตรเนื่องจากเดลต้ามีเทคโนโลยีระดับโลก มีบริการอันเป็นเลิศ และส่งมอบคุณค่าแก่ผู้ใช้ ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเดลต้ากำลังทยอยติดตั้งเครื่องชาร์จสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบธรรมดาและแบบเร็วตามดีลเลอร์ของนิสสันทั่วประเทศ
    และยังมีความพร้อมที่จะช่วยให้การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแพร่หลายเป็นจริง ในฐานะผู้ผลิตโซลูชั่นส์ด้านพลังงานชั้นนำของโลก เดลต้านำศักยภาพหลักของเราด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้แก่ผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสันลีฟในประเทศไทย สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบริการที่เหมาะสม สอดคล้องกับกระแสหลักของโลก (Mega - Trends)ที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เราขยายธุรกิจด้านโซลูชั่นส์ด้าน พาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ (EV Powertrain) ซึ่งรวมถึง เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (On – Board Chargers) สำหรับผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลกมากมายทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เทคโนโลยีการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าของเดลต้า ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเปลี่ยนผ่านสู่การคมนาคมสีเขียวของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นประเทศแรกๆของโลกที่ริเริ่มแนวคิดด้านนี้ ในปีที่ผ่านมา เดลต้าได้เปิดตัวสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกของมุมไบ
    ทั้งนี้ เดลต้าเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย และสนับสนุนโครงการยานยนต์สมัยใหม่ หรือ Next – Generation Mobility ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเดลต้าได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านไฟฟ้าและยานยนต์เพื่อพัฒนาโซลูชั่นส์การชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
    เครื่องชาร์จทั้งแบบธรรมดากระแสสลับและแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า ใช้งานและติดตั้งง่าย รวมถึงวิธีการบริหารจัดการพื้นที่ของเรา ทำให้โซลูชั่นส์ของเดลต้าเหมาะกับทั้งสำหรับลานจอดรถเชิงพาณิชย์ อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ เราเชื่อมั่นว่าการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)






  • .>>>สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) เปิดเวทีดีเบต “ทางเลียบเจ้าพระยาสร้างสรรค์หรือทำลาย” เชิญองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคประชาสังคม ระดมความคิดเพื่อหาแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ย้ำโครงการดังกล่าวมีประเด็นปัญหาทางด้านวิชาการ ทั้งเรื่องการรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อการระบายน้ำในช่วงเวลาวิกฤติ และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำทั้ง 2 ฝั่ง
    นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) โดยนายอัชชพล ดุสิตนานนท์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีโครงการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อพัฒนาพื้นที่สองฝั่งใช้เป็นเส้นทางสัญจร รวมทั้งใช้สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพและนันทนาการต่าง ๆ รวมระยะทางรวมทั้งสิ้น 57 กิโลเมตร โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ ซึ่งจะนำร่องการก่อสร้างโครงการทั้ง 2 ฝั่งในช่วงแรกจากบริเวณสะพานพระราม 7 ถึงสะพานพระปิ่นเกล้า รวมระยะทางรวม 14 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในระหว่างการเริ่มประมูลการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวมีประเด็นปัญหาทางด้านวิชาการหลายอย่าง ทั้งเรื่องการก่อสร้างซึ่งจะต้องรุกล้ำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งอาจะเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้แล้วอาจกระทบต่อการระบายน้ำในช่วงเวลาวิกฤติ และอีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำทั้ง 2 ฝั่ง
    จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะองค์กรวิชาชีพที่มีพันธกิจด้านเมืองและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดกิจกรรมเวทีสาธารณะเรื่อง “ทางเลียบเจ้าพระยาสร้างสรรค์หรือทำลาย” เพื่อเปิดรับฟังข้อคิดเห็นอย่างรอบด้านจากทั้งองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ-เอกชน รวมทั้งภาคประชาสังคม ทั้งนี้ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ อาทิ ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี อ. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อ.ขวัญสรวง อติโพธิ อ. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ผศ.ดร. ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์ นายยศพล บุญสม รวมถึงมูลนิธิสืบนาคะเสถียร สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมชลประทาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณะสุข สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สถาบันอาศรมศิลป์ นอกจากนี้ยังมีสมาคมสถาปนิกผังเมือง มูลนิธิสถาบันการเดินและจักรยานไทย สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กรมส่งเสริมสุขภาพ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานเขตบางพลัด พรรคเสรีรวมไทย ฯลฯ ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในประเด็นสำคัญๆ เช่น การรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การระบายน้ำในช่วงเวลาวิกฤติ และผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนริมน้ำ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืนต่อไป


  • SCG.ชูสุดยอดนวัตกรรมปูนซีเมนต์สำหรับงานฉาบ “เสือ มอร์ตาร์ สูตรแพลทินัม เอ็กซ์เพิร์ท” ความมหัศจรรย์ของ Elastic Molecule ที่สุดแห่งการปกป้องผนังจากรอยร้าว ...>>>

  • บริษัทไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม ผู้ผลิตนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงแบรนด์ “ยิปรอค” และผู้ให้บริการโซลูชั่นส์...>>>

 Developer & Realestate                                                                                                                        


  • คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธียกเสาเอก งานก่อสร้างโครงการ “เมทริส พัฒนาการ (Metris Pattanakarn)” พร้อมด้วย คุณพิสันติ์ ศิริศุขสกุลชัย (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายงานวิศวกรรมและการตลาด บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON บริษัทรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศไทย โดยโครงการมีความพร้อมและเริ่มดำเนินงานก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2564
    ทั้งนี้เมทริส พัฒนาการเป็นคอนโดมิเนียมบนทำเลพัฒนาการ โอเอซิสแห่งใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพการขยายตัวจากใจกลางเมือง เพียง 10 นาทีถึงทองหล่อ ใกล้ Airport Link สถานีหัวหมาก และรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยเป็นคอนโดมิเนียม Pet Friendly เลี้ยงสัตว์ได้ ประเภทไฮไรส์ 29 ชั้น จำนวน 341 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ออกแบบอย่างพิถีพิถันเหนือกาลเวลา สไตล์ Mid-Century Modern (MCM) ก่อเกิดเป็นอาคารสถาปัตยกรรม เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดค้นหาแรงบันดาลใจ รายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ลอนดอน สตรีท, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, รร.เตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ, ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด, ซีคอนสแควร์ และพาราไดซ์ พาร์ค
    สนใจสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.mde.co.th หรือติดต่อ Major Development Contact Center โทร. 02-116-1111

    ...>>>

  • ตึกแฝดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งออกแบบโดย Ben van Berkel จาก UNStudio สร้างแล้วเสร็จ...>>>

  • นิตยสารฟอร์จูน ได้ประกาศรายชื่อบริษัทที่ติดอันดับ Global 500 ประจำปี 2560 โดยบริษัทพัฒนา...>>>

  • “เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์” เปิดชมห้องตัวอย่างบนตึกจริง “เดอะ สเตจ เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์”...>>>

 Contractor                                                                                                                                                                                        

 CEO Construction                                                                                                                               


  • SCG ย้ำความเชี่ยวชาญตอบทุกปัญหาหลังคา พัฒนาโซลูชั่นสินค้าพร้อมระบบหลังคาหลากหลายยกระดับการประมาณราคาเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม ...>>>

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอกพงษ์ ตรีตรง นักออกแบบ นักวิชาการหนุ่มไฟแรง,สถาปนิกและมัณฑนากรแถวหน้าระดับนานาชาติ ในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มให้บริการออกแบบครบวงจร I DEAL 1 GROUP...>>>

  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด เปิดเกมรุกตลาดรถขุดตัก ชิงเค้ก “งานถนน-ก่อสร้างทั่วไป”...>>>

  • Happy Franchise เปิดธุรกิจใหม่เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่คิดจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำได้ง่าย มีความเสี่ยงน้อยลง...>>>

สมาคม-หน่วยงานราชการ                                                                                                                           


  • ในโอกาสครบรอบ 75 ปี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ตอกย้ำความพร้อมการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 ภายใต้แนวคิด “วิศวกรรมอัจฉริยะ เพื่อชีวิตทันสมัย สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต”(Engineering for Society : Smart Engineering, Smart Life, Smart Nation) งานสัมมนาวิชาการ และแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์วิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายนนี้ ณ อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม และสร้างความเข้าใจในองค์ความรู้ใหม่ด้านวิศวกรรม เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมกับยกระดับประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม (คนที่ 4 จากขวา) ประธานการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 พร้อมด้วย นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร (คนที่ 5 จากขวา) ผู้ช่วยผู้ว่าการ วางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และนายวชิระชัย คูนำวัฒนา (คนที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการสำนักงาน Business Transformation และกรรมการผู้จัดการธุรกิจ Innovative Solution บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมและเดินหน้าจัดงานอย่างเป็นทางการ ณ ลานเอเทรียม 3 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

    บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา)
    1. รศ.ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง ประธานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) สาขาภาคเหนือ
    2. ผศ.ชลชัย ธรรมวิวัฒนุกูร กรรมการอำนวยการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
    3. คุณสมจิตร์ เปี่ยมเปรมสุข อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
    4. คุณเยี่ยม จันทรประสิทธิ์ ที่ปรึกษา คณะกรรมการจัดงาน วิศวกรรมแห่งชาติ 2561
    5. คุณศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร ผู้ช่วยผู้ว่าการ วางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
    6. ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม ประธานการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561
    7. คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักงาน Business Transformation และกรรมการผู้จัดการธุรกิจ Innovative Solution บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด
    8. คุณอุทิศ จันทร์เจนจบ ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561

  • งานวิจัย “การศึกษาพฤติกรรมการวิบัติของคานคอนกรีตเสริมด้วยเหล็กต้านทานแผ่นดินไหวเทียบกับเหล็กทั่วไป” ของว่าที่บัณฑิตวิศวกรรมโยธา เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบั...>>>

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.อุตตม สาวนายน (แถวหน้าที่ 12 จากซ้าย) และรัฐมนตรีว่าการ...>>>

  • กคช. พร้อมจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าฯ (ประชานิเวศน์ 3) จำนวน 556 หน่วย วงเงินกว่า...>>>

 Exhibition & Events                                                                                                                            

 สังคมคนก่อสร้าง                                                                                                                                 

 คอลัมนิสต์                                                                                                                                        


  • ที่อยู่อาศัยเหล่านี้ "ห้ามซื้อ-ห้ามพัฒนา"
    ด่วน 20 อันดับโครงการที่อยู่อาศัยที่ซื้อแล้ว "แย่" ถือว่า "ห้ามซื้อ-ห้ามพัฒนา" เพราะขายช้ามาก โอกาสที่จะขายหมดมีน้อยมาก
    ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้สำรวจโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด 2,197 โครงการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยบางประเภทขายไม่ออก ติดแหงกอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ใช่ว่าในทำเลนั้น ๆ จะทำไม่ได้เลย ยังขึ้นอยู่กับทีมงานขาย สินค้า ทำเล ฯลฯ แต่นี่เป็นเพียงข้อพึงสังวร
    อันดับที่ 1 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ที่ดินจัดสรร ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 5.001-10.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล M1: ตลิ่งชัน มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 79 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 57 ยังเหลือขายอยู่ 22 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 72% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.0% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา n.a. เดือน เพราขายอืดมาก
    อันดับที่ 2 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา < 0.500 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล G4: ศรีนครินทร์-อุดมสุข มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 2400 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 1912 ยังเหลือขายอยู่ 488 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 80% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.3% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 342.86 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 3 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 0.500-1.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล D6: นวมินทร์ มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 1290 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 1130 ยังเหลือขายอยู่ 160 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 88% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.3% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 322.50 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 4 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ที่ดินจัดสรร ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล H9: บางนา-ตราด กม.30 ขึ้นไป มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 300 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 223 ยังเหลือขายอยู่ 77 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 74% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.3% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 300.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 5 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา < 0.500 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล N3: รัตนาธิเบศร์-ท่าอิฐ มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 287 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 266 ยังเหลือขายอยู่ 21 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 93% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.3% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 287.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ทาวน์เฮาส์ ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 0.500-1.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล A7: พหลโยธิน-วังน้อย มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 275 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 203 ยังเหลือขายอยู่ 72 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 74% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.4% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 275.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 7 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ตึกแถว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล K1: พระรามที่ 2 กม.1-10 มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 474 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 404 ยังเหลือขายอยู่ 70 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 85% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.4% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 237.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 8 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา < 0.500 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล A7: พหลโยธิน-วังน้อย มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 190 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 159 ยังเหลือขายอยู่ 31 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 84% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.5% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 190.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 9 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล H8: บางนา-ตราด กม.10-30 มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 541 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 464 ยังเหลือขายอยู่ 77 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 86% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.6% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 180.33 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 10 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา >20.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล G5: ลาดกระบัง มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 136 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 97 ยังเหลือขายอยู่ 39 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 71% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.7% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 136.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 11 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 10.001-20.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล K6: กาญจนาภิเษก-เพชรเกษม มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 373 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 273 ยังเหลือขายอยู่ 100 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 73% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.8% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 124.33 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 12 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล B4: ชินเขต-ท่าทราย มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 729 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 633 ยังเหลือขายอยู่ 96 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 87% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.8% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 121.50 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 13 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ทาวน์เฮาส์ ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล E5: ฉลองกรุง มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 550 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 516 ยังเหลือขายอยู่ 34 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 94% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.9% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 110.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 14 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล A4: รังสิต คลอง 1-7 มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 109 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 87 ยังเหลือขายอยู่ 22 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 80% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.9% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 109.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 15 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านแฝด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 1.001-2.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล A5: รังสิต คลอง 7-14 มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 538 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 460 ยังเหลือขายอยู่ 78 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 86% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.9% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 107.60 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 16 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านแฝด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล K6: กาญจนาภิเษก-เพชรเกษม มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 537 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 419 ยังเหลือขายอยู่ 118 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 78% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.9% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 107.40 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 17 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท ห้องชุด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 0.500-1.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล K4: อ้อมน้อย มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 1390 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 1103 ยังเหลือขายอยู่ 287 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 79% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.9% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 106.92 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 18 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านแฝด ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 3.001-5.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล M3: ทวีวัฒนา-พุทธมณฑล 4 มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 212 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 179 ยังเหลือขายอยู่ 33 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 84% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 0.9% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 106.00 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 19 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล A6: ลำลูกกา มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 937 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 740 ยังเหลือขายอยู่ 197 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 79% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 1.0% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 104.11 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อันดับที่ 20 เป็นที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว ที่เสนอขายอยู่ในระดับราคา 2.001-3.000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเล A7: พหลโยธิน-วังน้อย มีจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 310 หน่วย สามารถขายไปได้แล้ว 248 ยังเหลือขายอยู่ 62 หน่วย หรือขายไปได้แล้ว 80% ปรากฏว่ามีอัตราการขายเดือนละ 1.0% ต่อเดือน หรือาจจะหมดในเวลา 103.33 เดือน ซึ่งถือว่านานเกินกว่าจะเป็นไปได้
    อย่างไรก็ตามใช่ว่าในแต่ละประเภทบ้าน ระดับราคาและ ณ ทำเลนั้นๆ จะขายไม่ได้ดีเยี่ยงนี้ แต่ขึ้นอยู่กับราคาที่ขาย ทำเล ทีมขายและอื่นๆ อีกด้วย



Visitors: 101,395